อาลัยและใครคือจุฬาราชมนตรีคนต่อไป?


โดย…สลับฉาก

25 มี.ค.53

นายดำรง สุมาลยศักดิ์ เลขาธิการสำนักจุฬาราชมนตรี และรองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในฐานะบุตรชายของนายสวาสดิ์    เปิดเผยว่า บิดาได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 13.10 น.ของวันที่ 24 มีนาคม 2553 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ รวมสิริอายุได้ 94 ปี ซึ่งทางสำนักจุฬาราชมนตรี และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย จะมีพิธีญานาซะห์ หรือพิธีละหมาดญานาซะห์ ในเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มีนาคม 2553 ที่มัสยิดอัลฮุสนา บริเวณถนนมิตรไมตรี เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ทั้งนี้การที่นำศพของบิดาไปฝังยังมัสยิดดังกล่าว เนื่องจากเป็นสถานที่เกิด

สำนักพระราชวัง แจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานดินฝังศพ จุฬาราชมนตรีนำความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวสุมาลยศักดิ์  และพี่น้องมุสลิมเป็นล้นพ้น …

สมเด็จ พระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานดินฝังศพแก่นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี และทรงมีพระราชปฏิสันถารบุตรชายนายสวาสดิ์ ว่า ในหลวงรับสั่งชื่นชมนายสวาสดิ์ว่าเป็นบุคคลที่ดีมาก ฉะนั้นทายาทควรภูมิใจ สร้างความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้นแก่ญาติพี่น้องและครอบครัวจุฬาราชมนตรี ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ
ส่วนบรรยากาศการไว้อาลัยการถึงแก่อนิจกรรม    ของจุฬาราชมนตรีในจังหวัดต่างๆ อาทิ ที่มัสยิดกลางจังหวัดนราธิวาส  นายอับดุลอาซิช เจ๊ะมามะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด   พร้อมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และผู้นำศาสนา 300 คน    ร่วมทำพิธีละหมาดฆออิบขอพรให้กับผู้เสียชีวิต และวิงวอนขอดุอาร์แก่นายสวาสดิ์ ที่ จ.ยะลา    นายอับดุลเราะแม เจ๊ะแซ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา ระบุว่า    คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีหนังสือสั่งการไปยังอิหม่ามประจำมัสยิดทั้ง 470 แห่ง ในยะลาให้จัดพิธีละหมาดฆออิบ    โดยจะประกอบพิธีละหมาดหลังการละหมาดญุมอัต (ละหมาดวันศุกร์) ด้านชุมชนชาวมุสลิมใน จ.พระนครศรีอยุธยา     ร่วมกันทำพิธีละหมาดฆออิบที่มัสยิดในชุมชนรวม 58 แห่ง    เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและแสดงออกต่อจุฬาราชมนตรี

นายอิมรอน มะลูลีม ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามฯ เปิดเผยว่า ขั้นตอนหลังจากนี้มหาดไทยจะแจ้งให้ทราบเพื่อเตรียมความพร้อม ใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน โดยจะเชิญตัวแทนกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 38 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 700 กว่าคนเพื่อคัดเลือกผู้เหมาะสม 5 คน และคัดสรรให้เหลือเพียง 3 คน จากนั้นจะคัดเลือกผู้เหมาะสมที่สุดดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี คาดว่าภายในเดือนต.ค. 2553 จะแล้วเสร็จ ก่อนเสนอเรื่องต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี คนที่ 18 ต่อไป

นาย ดำรงค์ กล่าวว่า หลังจากผู้เป็นพ่อได้เสียชีวิต ตำแหน่งจุฬาราชมนตรีก็ว่างลง ท่านก็ไม่ได้สั่งเสียอะไรเกี่ยวกับหน้าที่ เป็นที่ทราบกันว่า หลักการบริหารศาสนาอิสลาม ภายใต้พระราชบัญญัติ เป็นอำนาจเฉพาะตัวไม่สามารถมอบหมายอะไรได้ แต่ว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องรักษาการรอส่งมอบงานให้กับจุฬาราชมนตรีคนใหม่

โผแคนนิเดทจุฬาฯ คนต่อไป
ขณะนี้พบว่ามีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มพยายามเสนอตัวเป็นแคนดิเดต ‘ว่าที่จุฬาราชมนตรี’ คนต่อไป
สายภาคใต้มาแรง
1.  นิเดร์วาบา ซึ่ง 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ส่งเข้าประกวด ท่านเป็นอดีตดาโต๊ะยุติธรรมจังหวัดยะลาและอดีตที่ปรึกษานายรัฐมนตรี (พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์)  เจ้าของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามอำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี  ซึ่งกลุ่มนี้เคยออกมาล่ารายชื่อ และแถลงข่าวเพื่อขอปลดจุฬาราชมนตรีเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จนเป็นข่าวใหญ่โต แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
2. อาจารย์อาศีล พิทักษ์คุมพล ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา ที่หวังลึกๆ กับตำแหน่งนี้เช่นกัน โดยคาดหวังว่า จะได้คณะกรรมการอิสลามจะสายภาคใต้เป็นกำลังหลักที่สำคัญ
3.  ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัย อิสลามยะลา  กรรมการคณะมนตรีสันนิบาตมุสลิมโลก (รอบีเภาะฮ์)  ผู้ รู้ทางสายวิชาการ ที่มีสายสัมพันธ์กับมุสลิมในระดับนานาชาติ พร้อมกันนั้นได้ฝากผลงานดีเยี่ยมชนิดลืมไม่ลง กับการเป็นอะมิรุลฮัจย์ในปีที่ผ่านมา สายภาคใต้ หากเสียงแตก และไม่สามารถจับมือกันได้ ก็อย่าคาดหวังว่าจะได้ จุฬาฯ ที่มาจากคนใต้ หรือไม่ก็รอรอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนครับผม ภาคกลางจัดทัพฝุ่นตลบ
ส่วนภาคกลาง และกรุงเทพมานคร จัดทัพกันฝุ่นตลบ มีกลุ่มที่พยายามเสนอตัวเพื่อชิงหลายคน อาทิเช่น
4.  อาจารย์อรุณ บุญชม ประธานกรรมการกรุงเทพมหานคร เป็นนักวิชาการสายกลาง ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับในสังคมมุสลิม
5. อาจารย์ซาฟีอี นภากร อิหม่ามมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย    ซึ่งคาดว่ามีแรงผลักดันจาก เลขาคณะกรรมการอิสลามคนปัจจุบัน
6. ศ.ดร.อิมรอน มะลูลีน บ่อยครั้งที่ท่านได้รับมอบหมายจาก ท่านจุฬาฯ ให้ทำหน้าที่แทน
7. อาจารย์การีม  วันแอเลาะห์ ได้สร้างผลงานไว้ในเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยปีนี้ เป็นตัวแทนท่านจุฬาในการรับเสด็จ
8. อาจารย์วินัย สะมะอุน อดีต ส.ว.สรรหาและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

จุฬาราชมนตรีคือผู้นำสูงสุดของมุสลิมไทย    สิ่งสำคัญคือบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนี้ี้    จะต้องเป็นคนดีมีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง     เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีและสามารถเป็นที่พึ่งพาได้   แก่ชาวมุสลิมไทยในอนาคต

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: