บึ้มรายวัน ใครรับผิดชอบ?


โดย…เกียกกาย 43..

30 มี.ค. 53

มีข่าวระเบิดตูมตามในกรุงเทพฯ   เดี๋ยวนี้นับเป็นรายวันไปแล้ว   นับจำนวนครั้งถึง20ครั้งนับจากวันที่27ก.พ.-25มี.ค.53 ทั้งเอ็ม79และอาร์พีจี ถ้าเป็นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คงไม่แปลก แต่นี่กลับเกิดเหตุขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

ระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของฝ่ายไหนกันแน่!?? แดง-มือที่3 หรือ รัฐชงกินเอง?

เสื้อแดงกล่าวหารัฐบาลว่าลงมือเพื่อเป็นข้ออ้างยืดเวลาประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง รวมไป ถึงพ.ร.บ.ฉุกเฉิน และโยนความผิดให้ม็อบแดง ส่วนรัฐบาลมองว่าฝ่ายม็อบแดงเองก็มีหลายกลุ่ม อาจจะมีพวกที่นิยมความรุนแรง สุดท้ายคือมือที่ 3 ซึ่งถูกเพ่งเล็งไปยังกลุ่มคนมีสี ที่หวังว่าหากเหตุการณ์บานปลายมากขึ้นจะได้มีเหตุผลให้ใช้อำนาจเข้าควบคุม สถาน การณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

คดีระเบิดที่เกิดขึ้น
ตามข้อมูลของศอ.รส. พบว่า มีทั้งสิ้น 20 ครั้ง แบ่งเป็นพื้นที่กทม.และปริมณฑล รวม 16 ครั้ง และเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่จ.เชียงใหม่อีก 4 ครั้ง

ครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 21.20 น. คนร้ายนำลูกระเบิดขว้างแบบเอ็ม 76 ขว้างเข้าไปยังธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 แต่ระเบิดไม่ทำงาน

ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน คนร้ายขว้างระเบิดแบบเอ็ม 26 เข้าไปที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนสีลม แรงระเบิดทำให้กระจกด้านหน้าแตกเสียหาย
คดีนี้ตำรวจตามจับกุมคนร้าย ได้ 2 คน ซึ่งเป็นอา-หลานกันและเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ให้การสารภาพว่ามีส่วนร่วมแต่อ้างว่าไม่รู้คนปาเป็นใคร!??

ครั้งที่ 3 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 23.30 น. เกิดเหตุระเบิด เมื่อคนร้ายนำระเบิดไม่ทราบชนิดขว้างเข้าไปยังธนาคารกรุงเทพ สาขาพระประแดง ทำให้กระจกธนาคารได้รับความเสียหาย

ครั้งที่ 4 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 00.30 น. คนร้ายปาระเบิดแบบเอ็ม 67 เข้าไปที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาศรีนครินทร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้

ครั้งที่ 5. วันที่ 15 มีนาคม เวลา 13.30 น. คนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้าไปในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) จำนวน 6 ลูก แต่ทำงานเพียง 4 ลูก ทำให้กำลังพลบาดเจ็บ 2 นาย

ครั้งที่ 6.วันที่ 16 มีนาคม เวลา 02.20 น. คนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้าไปในซอยลาดพร้าว 25 ไม่ปรากฏว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ครั้งที่ 7.วันที่ 19 มีนาคม เวลา 03.45 น. คนร้ายยิงเอ็ม 16 ใส่บ้านประชาชนภายในซอยทองหล่อ 3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

ครั้งที่ 8.เกิดขึ้นวันที่ 19 มีนาคม เวลา 04.00 น. คนร้ายยิงเอ็ม 16 ใส่บ้านประชาชนภายในซอยสุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.
โดย 2 คดีนี้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายได้พบว่าเป็นปัญหาส่วนตัวเกี่ยวกับธุรกิจ ไม่ได้โยงถึงเรื่องการเมือง

ครั้งที่ 9 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม เวลา 23.00 น. คนร้ายใช้น้ำมันก๊าดจุดไฟโยนเข้าถูกรถถังหน้ากองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนขับแท็กซี่ร่วมก่อเหตุเป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดง 2 คน

ครั้งที่ 10.วันที่ 20 มีนาคม เวลา 21.40 น. คนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี

ครั้งที่ 11.วันที่ 20 มี.ค. เวลา 22.40 น. คนร้ายยิงจรวดอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม แต่ผิดพลาดติดสายไฟฟ้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน พบผู้ต้องสงสัยพร้อมอาวุธ โดยตำรวจออกหมายจับ ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม อดีตตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจสภ.วังน้ำเขียว จ.สระแก้ว
ครั้งที่ 12.วันที่ 20 มีนาคม เวลา 23.45 น. พบวัตถุต้องสงสัยบริเวณเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยิงทำลายได้สำเร็จ

ครั้งที่ 13.วันที่ 22 มีนาคม มีคนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่ที่สำนักงานบำรุงทางธนบุรี โดยไม่มีการระบุถึงสาเหตุว่ามีใครได้รับบาดเจ็บ

ครั้งที่ 14.วันที่ 23 มีนาคม เวลา 14.00 น. คนร้ายยิงเอ็ม 79 จำนวน 2 นัด ตกที่ข้างรั้วกรมสุขภาพจิตที่กระทรวงสาธารณสุข

ครั้งที่ 15.วันที่ 24 มีนาคม เวลา 19.45 น. คนร้ายปาระเบิดบริเวณตู้ควบคุมไฟฟ้าริมรั้วของศาลากลาง จ.นนทบุรี

ครั้งที่ 16.วันที่ 24 มีนาคม เวลา 20.40 น. คนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 บริเวณเสาไฟฟ้าริมรั้วของกรมบังคับคดีเขตตลิ่งชัน

นอก จากนี้ ยังมีอีก 4 เหตุการณ์ที่เกิดในพื้นที่จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย ครั้งที่ 17. วันที่ 15 มีนาคม เวลา 02.00 น. คนร้ายปาประทัดยักษ์ใส่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สาเหตุคาดว่าวัยรุ่นสร้างสถานการณ์

ครั้งที่ 18. วันที่ 16 มีนาคม เวลา 03.40 น. คนร้ายปาระเบิดบริษัทพ่อตาของนายเนวิน ชิดชอบ ที่จ.เชียงใหม่

ครั้งที่ 19. วันที่ 24 มีนาคม 2553 เวลา 14.30 น. พบลูกระเบิดเอ็ม 79 ที่ข้างห้างเซ็นทรัลแอร์พอร์ต พลาซ่า อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ได้สำเร็จ

และสุดท้ายครั้งที่ 20. วันที่ 25 มีนาคม เวลา 08.15 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบระเบิดเอ็ม 26 ที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ สามารถเก็บกู้ได้สำเร็จ

ที่ว่าคนร้ายอาจจะใช้ปืนยิงเอ็ม 79 อย่างน้อย 3 กระบอก    วิเคราะห์ว่ากรณีนี้เป็นไปได้ยาก เพราะปืนยิงเอ็ม 79 ไม่ใช่เล็กๆ ไม่สามารถซ่อนติดตัวเหมือนปืนพกได้    หรือถ้าใช้กระบอก เดียว ผู้ก่อเหตุต้องชำนาญการชนิดหาตัวจับยาก เพราะการยิงเอ็ม 79 มีลักษณะคล้ายยิงปืนลูกซอง สามารถยิงได้ทีละนัด จากนั้นต้องดึงปลอกกระสุนออกแล้วบรรจุลูกใหม่เข้าไป
สุดท้ายที่ว่าคนร้ายใช้ปืนยิงระเบิดชนิด “เอ็ม 32” ซึ่งเป็นปืนที่พัฒนาขึ้นมาจากเอ็ม 79 แต่เหนือกว่าตรงที่มีโม่บรรจุกระสุนคล้ายปืนลูกโม่รวม 6 นัด ซึ่งเป็นจำนวนพอดีกับที่คนร้ายยิงเข้าไป    แต่ปืนชนิดนี้ในเมืองไทยมีเพียง 10 กระบอก ครอบครองโดยหน่วยทหารด้านรบพิเศษเท่านั้น

ที่น่าสนใจก็คือคดีนี้ตำรวจแทบทำอะไรไม่ได้เลย    เพราะเกิดเหตุในค่ายทหาร และผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า!??

ถัด มาคือคดียิงจรวดอาร์พีจีถล่มกระทรวงกลาโหม    แต่จรวดพลาดไปถูกสายไฟฟ้าบริเวณซอยแพร่งภูธรตกลงกลางถนน    ตำรวจตามยึดรถคนร้ายได้พบอาวุธสงครามจำนวนมาก   พร้อมกับเสื้อแดงที่แขวนทิ้งเอาไว้ เหมือนกลัวไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร
แถม คนร้ายยังสามารถขับรถนำอาวุธมาก มายผ่านเข้ามาในพื้นที่กวดขันพิเศษ เพราะอยู่ใกล้สถานที่ชุมนุมของคนเสื้อแดง ทำให้มีข้อสงสัยว่าทำไมถึงกล้าทำแบบนี้เหมือนไม่กลัวถูกตรวจค้น!??

ตำรวจพบหลักฐานมากมายนำไปสู่การออกหมายจับส.ต.ต.บัณฑิต    อดีตตำรวจที่ถูกไล่ออกจากราชการและพักหลังมาเดินตามนักการเมือง    ว่าเป็นหนึ่งใน 2 คนร้ายที่ก่อเหตุ

ข้อมูลล่าสุด ส.ต.ต.บัณฑิตเผ่นหนีไปแล้ว คาดว่าน่าจะไปกบดานที่ประเทศกัมพูชา
เจ้าหน้าที่ตั้งรางวัลนำจับถึง 5 แสนบาท แต่ไม่ง่ายที่จะเจอตัวเพราะส.ต.ต.บัณฑิตเป็นกุญแจสำคัญ หากจับกุมได้และยอมให้ปากคำ สถาน การณ์การเมืองอาจจะพลิกผันได้เลย!??

คดีสุดท้ายคือยิงเอ็ม 79 ถล่ม กระทรวงสาธารณสุข    คดีนี้แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายเพียงเล็กน้อย    แต่เป็นประเด็นที่ฝ่ายนปช.และรัฐบาลกล่าวหากันไปมา

นปช.ตั้งข้อสังเกตว่าวันเกิดเหตุมีการประชุมครม.ที่กระทรวงสาธารณสุข ย่อมมีทหาร-ตำรวจมากมาย แต่ทำไมคนร้ายถึงยังก่อเหตุได้   และยังระบุอีกว่าเลือกเวลาก่อเหตุหลังจาก ครม.กลับไปหมดแล้ว โดยกล่าวหาว่ารัฐบาล “ชงเอง-กินเอง” หรือไม่!??

ส่วนรัฐบาลและทหารออกมาปฏิเสธและโต้กลับในทำนองว่าเป็นฝีมือของฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลมากกว่า

เรื่องทั้งหมดนี้รัฐบาลไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้    ไม่ว่าใครจะเป็นคนทำเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล   ที่จะต้องหาคนทำมาลงโทษให้ได้    เรื่องเกิดแล้วเกิดเล่าแล้วยังหาคนทำผิดหรือตัวการไม่ได้   ย่อมแสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล   ขาดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไป    ควรให้คนอื่นมาจัดการบริหารประเทศดีกว่าที่จะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ไม่รู้จบ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: