คำว่า”สถาบันชาติกับสถาบันกษัตริย์”


ในเว็บบอร์ดชุมชนคนเหมือนกัน    โดยคนวันจันทร์เกลียดปชต    มีความตอนหนึ่งที่น่าสนใจว่า ” ในโลกนั้น    ประชากรของโลกส่วนใหญ่จะถูกสอนให้เกิดสำนึกในความเป็นชาติ     มีความรักและหวงแหนแผ่นดินเกิด เพราะชาติไม่ได้เป็นแค่ “ผืนธง”      แต่เป็นที่ๆ เราอาศัยเกิด แก่ เจ็บ และตายต่อๆ กันมาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวด     เป็นเบ้าหลอมคนให้เป็นหนึ่ง    ภายใต้ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม ภาษาพูด เขียน อ่านเดียวกัน

แต่ในเมืองไทยเรา ถูกสอนให้คิดว่า สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือสิ่งอื่นใด     คนไทยต้องมีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์จนแม้ชีวิตก็ยอมถวาย

ธงไตรรงค์ให้แถบสีแดงโอบล้อมอยู่นอกสุดของผืนธง 2 แถบ      หมายถึงชาติ สีขาวโอบล้อมถัดมา 2 แถบคือศาสนา ในขณะที่สีน้ำเงินหมายถึงสถาบันกษัตริย์มีเพียงแถบเดียวอยู่กึ่งกลาง บรรพบุรุษได้จัดอันดับความสำคัญเอาไว้เป็นนามธรรมที่แยบยลยิ่ง

เราจะไม่มีกษัตริย์และศาสนา    ถ้าปราศจาก “ชาติ” คือ     เมื่อใดที่ประเทศถูกรุกรานและยึดครอง     ศาสนาและสถาบันกษัตริย์ก็จะธำรงอยู่ไม่ได้    แต่ประเทศชาติจะสามารถดำรงอยู่ได้แม้จะไม่มีสถาบันทั้งสอง

กองทัพซึ่งมีหน้าที่ควรปกปักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ        ก็กลับอ้างแต่ความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์     จนกล้าทำสิ่งที่เลวร้ายอันส่งผลกระทบต่อชาติมานับครั้งไม่ถ้วน     เพียงเพื่อปกป้องสถาบันหนึ่ง ถึงกลับกล้าทำการสุ่มเสี่ยงต่อความล่มสลายของอีกสถาบันหนึ่ง ”

เนื่องจากสถาบันชาติไม่มีวันตายเพราะเป็นประเทศ     มีความหมายในทางผืนแผ่นดิน    ในทางภูมิศาสตร์    แต่สถาบันกษัตริย์มีวันตาย    มีความหมายในทางบุคคล    และสืบต่อตกทอดโดยบุคคล

ประวัติศาสตร์โลกจึงพบว่า    ในยุคใดสมัยใดถ้าได้กษัตริย์ที่ดีประชาชนก็อยู่ดีมีสุขโชคดีไปด้วย    แต่ถ้าได้กษัตริย์เลวประชาชนก็ได้รับความทุกข์ยากลำบาก     ความสุขทุกข์ของประชาชนจะไม่มีความแน่นอน  ไปขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่เป็นกษัตริย์

และเนื่องจากสถาบันกษัตริย์ยึดการสืบต่อตกทอด    โดยอาศัยสายเลือดไม่ได้อาศัยการคัดสรรด้วยคุณงามความดี ความสามารถ     จึงมีโอกาศความไม่แน่นอนสูงที่แม้พ่อที่เป็นกษัตริย์ดี     ไม่ได้เป็นเครื่องประกันว่าลูกจะดีด้วย

ประเทศในโลกที่เจริญจึงได้เปลี่ยนแปลง     ให้การสืบต่อตกทอดมีกำหนดระยะเวลา    และคัดเลือกบุคคลที่เห็นว่าดีมีความสามารถมาเป็นผู้นำประเทศ      โดยให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นผู้คัดเลือก     ถ้าเลือกมาแล้วทำไม่ดีไม่ถูกใจประชาชน     สมัยหน้าประชาชนก็จะไม่เลือกเข้ามาอีก

เราจึงเห็นวิวัฒนาการของโลกค่อยๆเปลี่ยนไป    จากการยึดถือสถาบันกษัตริย์เริ่มลดลงเรื่อยๆเป็นสถาบันชาติแทน เพราะสถาบันชาตินั้นจะไปยึดถือประชาชนในชาติเป็นสำคัญ สวัสดี

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: