แถลงการณ์ทหารตำรวจแตงโม ฉบับที่ 2


หลังจากมีแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 จากทหารตำรวจแตงโม     หรือที่ใช้ชื่อว่า”ทหารตำรวจประชาธิปไตย 2554″ แล้ว    ท่ามกลางความสับสนว่าจะมีจริงหรือไม่?    ก็ปรากฎว่ามีแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 เกิดขึ้น

น่าสังเกตุว่า ชื่อที่ใช้นั้นมีคำว่า 2554 ต่อท้าย     จึงต้องวิเคราะห์ว่ากลุ่มดังกล่าว น่าจะพึ่งเกิดขึ้น ในปี 2554 นี้     จึงไม่น่าจะไช่ทหารตำรวจแตงโม ที่ นปช พูดถึง

อย่างไรก็ดี ถ้าดูตามเนื้อหาสาระทั้งสองฉบับแล้ว ก็เห็นว่าดีที่ยืนอยู่บนความถูกต้อง คือประชาชน

แถลงการณ์ฉบับที่ 2 มีข้อความดังต่อไปนี้

คณะทหาร ตำรวจประชาธิปไตย 2554 จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดเผยความจริง     เพื่อยุติความแตกแยกของประชาชนในแผ่นดิน    ถึงแม้ว่าความจริงนี้จะเป็นความเจ็บปวดอย่างยวดยิ่งของพวกเรา    ที่เป็นทหารและตำรวจจากการที่ได้รับการอบรมสั่งสอน     ในโรงเรียนเตรียมทหารโรงเรียนนายร้อยจปร และโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน    ถึงคำกล่าวที่ว่า”รุ่นพี่ที่เลวที่สุดย่อมดี กว่ารุ่นน้องที่ดีที่สุด”

ในครั้งนี้น้องๆในคณะเราทุกคนเห็นว่า    พวกเราพร้อมจะเป็นคนเลวที่สุดของกองทัพ เพราะมิอาจ จะยอมรับความเลวอย่างร้ายกาจของรุ่นพี่    ที่ทำลายกองทัพ ประเทศชาติ และทำร้ายประชาชนอย่างเลือดเย็นได้อีกต่อไป    จึงขอเปิดเผยหลักฐานและข้อมูลการปฏิบัติการทางทหาร ของศอฉ.    อันเป็นข้อมูลที่แท้จริงของฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหารที่ปฏิบัติการใน ห้วง 10 เมษายนและ 19 พฤษภาคม 2553 และการสั่งการ การสังหารประชาชนที่วัดปทุมวนาราม    และเบื้องหลังการสั่งการของชายชุดดำต่อการปฏิบัติการลับ ในการสังหารนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้ง พล.ต. วลิตโรจนภักดีและพล . ต. ขัตติยะสวัสดิผลดังนี้

1. การปฏิบัติการของฝ่ายการเมืองที่สั่งการในเหตุการณ์ เมื่อ 10 เมษายน 2553 และ 19 พฤษภาคม 2553   ได้สั่งการชัดเจนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ณ ห้องน้ำเงินในกองบังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ต่อพล. อ. ประวิตร  วงศ์สุวรรณโดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา พล.ท. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ (ยศในขณะนั้นเรียกกันว่าแม่ทัพศูนย์)   ทั้งนี้มีผู้คัดค้าน และไม่เห็นด้วยคือ พล.อ. ประวิตร วงศ์สุวรรณ เพียงผู้เดียว แต่ก็ได้รับการยืนยันอย่างหนักแน่นจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ได้รับสัญญาณว่า ยืนยันให้ปฏิบัติได้และเป็นการเริ่มวาทะกรรม”กระชับวงล้อมและกระชับพื้นที่ ตั้งแต่ตอนนั้น”    โดยให้พล. อ. ประยุทธ จันทร์โอชา และพล. อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ วางแผนอย่างละเอียด โดยมีขั้นตอนและสมมุติฐานดังนี้

รวมผู้ชุมนุมให้อยู่ในที่เดียว เพื่อรวมกำลังเข้าปิดล้อมแล้วสร้างความหวาดกลัว ให้คนออกจากที่ชุมนุมแล้วห้ามคนเข้า     เมื่อปริมาณคนเหลือน้อยกว่า 2,000 คนจึงให้ทำการสลายการชุมนุมโดยมีคำถามว่าผู้ชุมนุมจำนวนเท่านี้ จะมีการสูญเสียเท่าไร … คำตอบคือถ้าไม่ยอมอย่างน้อย 500

สร้างเหตุให้ผู้ชุมนุมทำร้ายฝ่ายทหารก่อน โดยใช้สไนเปอร์ยิงด้วยกระสุนขนาด 22 มิลลิเมตรและใช้กระสุนขนาด 56 มิลลิเมตร (M16) กระทำต่อผู้ชุมนุม   เพื่อให้โกรธแค้นแล้วทำร้ายทหารเพื่อทำลายสมมุติฐานของ ฝ่ายผู้ชุมนุม     เมื่อมีการเสียชีวิตของประชาชนแล้วจะเกิดความชอบธรรมที่จะต้องทำให้รัฐบาลลาออก   แต่เมื่อทหารถูกทำร้ายก่อนจึงกลับกลายเป็นความชอบธรรมของฝ่ายปราบแทน      ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องลาออก …      แต่การยิงด้วยกระสุนขนาด 22 มิลลิเมตรไม่ ได้ผลจึงต้องใช้กระสุนขนาด 56 มิลลิเมตร (M16)    และทหารแต่งกายชุดดำออกมาปฏิบัติการเพื่อให้การสร้างเหตุของความชอบธรรม   ในการสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้ากระทำได้ตามสมมุติฐานของฝ่ายทหารได้จริง (และ เรื่องชายชุดดำนั้นเป็นการกระทำถึงขั้นแผนซ้อนแผนของฝ่ายเดียวกันที่จะแย่ง ชิงอำนาจทางทหารซึ่งจะกล่าวต่อไป)

–.. การคัดค้านของพลอประวิตร  วงศ์สุวรรณไม่เป็นผลเหมือนเมื่อครั้งสงกรานต์เลือด ในปี 2552  ที่มีคลิปลับการสั่งการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ที่มีการตัดต่อเพราะเสียงที่หายไปคือเสียงของพล อ. ประวิตร วงศ์สุวรรณและพล. อ. ทรงกิตติ จักกาบาตร และในการสั่งการครั้งนี้ ณ ห้องน้ำเงินบนตึกกองบังคับการชั้น 2 ของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์    ในคืนวันที่ 9 เมษายน 2553 เวลาประมาณ 20 00 น   จึงไม่มีใครคัดค้านได้    การปฏิบัติการใน 10 เมษายน 2553 จึงเกิดขึ้น       ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงรายละเอียดของกองกำลังที่ใช้ที่มาจากพล .1 รอ , พล.ร. 2 รอ และ พล.ร. 9 ที่เข้าปฏิบัติการจนทำให้เกิดการสูญเสียเกิดขึ้น

นี่เป็นการยืนยันของความเลวร้ายที่กองทัพรับใช้นักการเมือง  เพื่อรักษาสถานภาพของอำนาจของตน   แม้จะต้องสังหารประชาชนของตนเองก็ตาม

2. การปฏิบัติการของทหารที่แต่งกายชุดดำ    มีเหตุที่สืบเนื่องจากการแย่งชิงอำนาจ ของผู้ที่หวังว่าจะก้าวขึ้นเป็นมทภ .1 และ ผบ.ทบ. ต่อไป   กล่าวคือเมื่อบูรพาพยัคฆ์ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ในกองทัพทหารฝ่ายวงศ์เทวัญเป็นได้เพียงแค่พระรองเท่านั้น       ซึ่งมีตัวอย่าง มาแล้วในครั้งที่พล. อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นรองมทภ .1 ก่อนถึง 2 ปีและเป็นถึงอดีต ผบ.พล. 1 รอ และเป็นเพื่อนรักกับ พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา ยังถูก พล.ท. คณิต สาพิทักษ์    รุ่นน้องที่มาเป็นรองมทภ .1 เพ​​ียงแค่ 6 เดือนแซงหน้าขึ้นไปเป็นมทภ .1 ได้     จึงเป็นเหตุให้ พล.ต. ไพบูลย์ คุ้มฉายา ซึ่งคาดหวังและประกาศกร้าวตลอดมาว่าจะไม่ยอมให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับตนเองเด็ดขาด แต่เหตุก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ พล.ต. ไพบูลย์ คุ้มฉายาคาดหวัง และวางแผนไว้  แม้จะ อาสากับ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา อาสาลงไปทำงานที่ภาคใต้โดยมีสัญญาใจว่าจะให้กลับมาเป็นมทภ .1 แต่ตำแหน่งมทภ .1 กลับตกเป็นของ พล.ท. อุดมเดช สีตบุตร ทหารเสือราชินีและรู้อีกว่าบูรพาพยัคฆ์นั้นได้จัดวาง พล.ต. วลิตโรจนภักดีไว้ในที่ตำแหน่งมทภ .1 เรียบร้อยแล้ว ตนเองนั้นไม่มีทางที่จะได้เป็นมทภ .1 อย่างที่หวังไว้อย่างแน่นอน    หนทางเดียวที่จะได้เป็นมทภ .1 คือไม่มี พล.ต. วลิต โรจนภักดีเพื่อนร่วมรุ่นตท .15 อีกต่อไป    ทั้งนี้ พล.ต. ไพบูลย์คุ้มฉายาได้วางสายงานทางการข่าวโดยให้พ. อ . วณัฐลัทธ ศักดิ์ศิริ (เสธ. ซันซึ่งเปลี่ยนชื่อมาเป็นวณัฐ)  รายงานการเคลื่อนไหวและสถานการณ์เหตุการณ์ในกรุงเทพอย่างละเอียด และต่อเนื่องตลอดมา และเสธ . ซันผู้นี้คือนายทหารฝ่ายการข่าวของ พล.ต. ไพบูลย์ คุ้มฉายา    เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.พล. 1 รอ นั่นเองดังนั้นแผนของทหารชุดดำจึงได้รายงานถึง พล.ต. ไพบูลย์ คุ้มฉายา      ซึ่งคณะนั้นคุมกำลังอยู่ที่จ. นราธิวาส  จึงได้ส่งทหารชุดดำของตนเองจำนวน 6 นายพร้อมด้วยอาวุธ M16 M79 AK47 และ Travo – 21  เข้ามาดำเนินการโดยมีเสธ . ซันเป็นผู้ชี้เป้า   พล.ต. วลิต โรจนภักดี   เพื่อสังหาร โดยมีสัญญาลับว่าเมื่อเป็นแม่ทัพ จะส่งเสริมให้เป็นผู้บังคับหน่วยตามที่มุ่งหวังต่อไป …          นี่คือ คำเฉลยของชายชุดดำซึ่ง พล.ต. ไพบูลย์ คุ้มฉายาต้องการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว     คือทำลายคู่แข่งทางการทหารแม้เป็นเพื่อนร่วมรุ่น  และสร้างสถานการณ์ผู้ชุมนุมทำร้ายทหาร          เพื่อเป็นเงื่อนไขสร้างความชอบธรรมให้แก่ทหารและรัฐบาลต่อไป (ซึ่งเราจะลืมไม่ได้เลยว่า พล.ต. ไพบูลย์ คุ้มฉายานี้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.พล. 1 รอ. คือกำลังสำคัญในการสลายการชุมนุมครั้งสงกรานต์เลือดเมื่อปี 2552 ซึ่งถ้ารัฐบาลและทหาร แพ้ในครั้งนี้ความหวังทั้งปวงก็จะกระทบต่อ พล.ต. ไพบูลย์คุ้มฉายาด้วยเช่นกัน)

3. การสังหาร พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล  จากการเสียชีวิตของ พ.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรมและการบาดเจ็บสาหัสของ พล.ต. วลิต โรจนภักดี สร้างความโกรธแค้นให้แก่บูรพาพยัคฆ์เป็นอย่างยิ่ง และก็รู้ด้วยว่าไม่ได้เป็นฝีมือของ พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล   แต่ในขณะนั้นต้องการที่จะทำลายขวัญและการบัญชาการแนวป้องกันต่างๆของฝ่ายเสื้อแดงที่ราชประสงค์       ซึ่งมี พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ . แดงเป็นผบ.พื้นที่   โดยหลังจากเสร็จงานศพของ พ.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรมแล้วจึงมีการสั่งการให้เป็นเหตุอันต่อเนื่องที่จะเอาชนะผู้ ชุมนุม    โดยหาจุดอ่อนและจุดแข็งของฝ่ายเสื้อแดง ซึ่งได้พบว่า พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผลนั้น  มีผลต่อการตั้งรับในการกระชับวงล้อมของทหารการกำจัด พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล         นอกจากจะเป็นการทำลายผู้บัญชาการแนวป้องกันแล้ว ยังเป็นการ ทำลายขวัญของฝ่ายเสื้อแดง

จึงมีการเสนอแนะจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ      ผอ. ศอฉ ที่ตกลงใจเปิดไฟเขียวให้ พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา และ พล.ท. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ (ยศในขณะนั้น) สั่งการลับให้สังหารเสธ . แดง   โดยผู้ที่สังหารเสธ . แดงนั้น ชื่อสอ. พรชัยปะละมะ (ยศในขณะนั้น)  และให้นายชอนน้องชายของอธิบดีกรมสนธิสัญญาเอเชียตะวันออก  ซึ่งนายชอนนี้เป็น ซีไอเอ มียศเป็นพันเอกของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา      และมาแฝงตัวเป็นโฆษกร่วมในการ แถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษของนปช  เป็นผู้ชี้เป้า    โดยมีการสั่งการตั้งแต่คืนวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 และข่าวเริ่มรั่วตั้งแต่ตอนเช้าของวันที่ 13 พฤษภาคม 2553       มีการแจ้งข่าวไปยังเสธ . แดง    แต่เพราะเป็นชะตากรรมที่ต้องเสียชีวิตเส ธ . แดงไม่เชื่อ    ส่วนสอ. พรชัย ปะละมะก็ได้เลื่อนยศเป็นจ่าสูงขึ้น   และคงจะก้าวหน้าเป็นนายทหารต่อไปถ้า เปลี่ยนชื่อและนามสกุลหรือเวรกรรมตามทันก็คงจะไปอยู่กับเสธ . แดง

นี่คือความจริงที่น้องยอมเป็นคนเลวที่สุดโดยมิอาจจะให้พวกพี่ ๆ รับใช้นักการเมืองฆ่าพี่ฆ่าน้องฆ่าประชาชนเพื่อคงไว้ซึ่งอำนาจของตนเอง … ใครเลวกว่ากัน

ในแถลงการณ์ฉบับต่อไป   หากพี่ ๆ ในกองทัพยังคงจะตั้งเป้าหมายต่อไป ที่จะคงอำนาจทางการทหารโดยยอมรับใช้นักการเมือง ข่มขู่ประชาชน      ช่วยพรรคการเมืองบางพรรคก่อสงครามกับเขมร  เพื่อหวังผลทางการเมืองในประเทศ คณะนายทหารตำรวจประชาธิปไตย 2554 จะไม่หยุดยั้งเพียงเท่านี้   จะเปิดเผยการทุจริตคอรัปชั่น บัญชีเงินต่างๆ ก่อนที่จะมีตำแหน่งกับเมื่อมีตำแหน่งแล้วต่างกันราวฟ้ากับดิน  พี่ ๆ เอาเงินมาจากไหน      และการสั่งการอันผิดพลาดจนทำให้มีการสังหารหมู่ที่วัดปทุมวนาราม        นอกจากนี้แล้วความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับสตรีที่มิได้เป็นภรรยา ก็จะเปิดเผยต่อมา … พวกผมยอมเป็นคนเลว แต่ไม่อาจให้พวกพี่ทำความเลวกับประเทศชาติประชาชนได้อีกต่อไป    “มิเคยหวังจะเป็นวีรบุรุษ  แต่ก็สุดเห็นชาติจะพินาศดับสลาย”

ทหารตำรวจประชาธิปไตย 2554
29 มิถุนายน 2554

แถลงการณ์ ฉบับที่1และ2 ห่างกันเพียงสองวัน    แสดงว่าคณะนี้ทำงานกันไวพอสมควร    และยังไม่เห็นมีการตอบรับจากฝ่ายทหารตำรวจที่ครองอำนาจอยู่     จึงเป็นเรื่องที่แปลกและน่าเฝ้าติดตามว่า    คณะทหารตำรวจนี้จะมีแถลงการณ์ ฉบับที่ 3 ออกมาแฉอะไรอีกอย่างไร

ในนามประชาชนคนหนึ่ง ก็อดที่จะแอบให้กำลังใจไม่ได้      ถ้าคณะทหารตำรวจชุดนี้มีจริง     เราประชาชนก็อยากเห็นข้อมูลที่ออกมาจากพวกท่านอีก    และต่อไปก็อยากเห็นรูปธรรมที่ทำเพื่อชาติและประชาชนจริงๆ      ประชาชนและชาติจะได้เจริญเสียที จมอยู่ใต้โคลนมานานแล้ว สวัสดี.

2 Responses

  1. แทนที่จะแทนคุณแผ่นดิน…กลับมารับใช้ นักการเมื่อง………..

  2. ผู้เขียนไม่น่าใช่ทหาร/ตำรวจ
    เพราะทหาร/ตำรวจรู้ดีว่าพี่น้องกันไม่ฆ่ากันเพื่อเพียงยศตำแหน่ง

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: