จดหมายเปิดผนึก ถึง รัฐบาลใหม่


นับเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่มีคณะบุคคลหลายกลุ่ม ให้ความสนใจอยากให้รัฐบาลใหม๋     ทำเรื่องต่างๆที่พวกเขาประสงค์    ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์โดยรวมของประฃาฃน

แสดงในตัวว่า รัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลที่เขาคิดว่าเป็นประชาธิปไตย    ที่พวกเขาพอจะให้ความหวังได้    และเราก็หวังให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2554    สำนักกฎหมายยราษฎร์ประสงค์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลใหม่   โดยมีเนื้อหาสาระสรุปได้ดังนี้

๑. ให้รัฐบาลประสานกับสำนักงานอัยการสูงสุด   เพื่อดำเนินการถอนฟ้องจำเลยในคดีที่ เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งหมด    ซึ่งอยู่ในชั้นพิจารณาของศาล

สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์เห็นว่า การดำเนินคดีกับประชาชนในเหตุการณ์ทางการเมือง หาได้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะไม่  ซ้ำยังก่อให้เกิดความเกลียดชังและแค้นเคืองกันในหมู่ประชาชนทั้งสองฝ่าย

สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์เห็นว่า ในปัจจุบันมีกฎหมายที่สามารถใช้เป็นทางออกให้สังคมอย่างเพียงพอแล้ว     ดังที่ได้เรียนข้างต้น และ ไม่เห็นด้วย กับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอันจะทำให้ความศักดิ์สิทธิของกฎหมาย ถูกสั่นคลอน และทำให้หลัก”นิติรัฐ” อันเป็นหัวใจของสังคมสูญสิ้นไป    รวมทั้งจะเป็นเงื่อนไขที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองในภายภาคหน้า

๒. ให้รัฐบาลดำเนินการเยียวยาประชาชน ผู้ได้รับความเสียหายอันเกิดจากเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งหมด  รวมทั้งดำเนินการเจรจาเพื่อรับผิด ในกรณีที่ผู้ได้รับความเสียหายได้ยื่นฟ้องหน่วยงานของรัฐ ให้รับผิดจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด  ในเหตุการณ์ทางการเมือง

๓. ให้รัฐบาลตรวจสอบความจริง ของเหตุการณ์ทางการเมือง และนำเสนอความจริงนั้นต่อสังคม     รวมทั้งนำตัวผู้ที่เป็นผู้กระทำความผิดในนามรัฐมาลงโทษตามกฎหมาย

๔. ให้รัฐบาลยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมาย ที่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน    โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

กล่าวโดยเฉพาะคือ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒) และพระราชกำหนดการบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ รวมทั้งกฎหมายหมายที่ให้อำนาจพิเศษอื่นแก่รัฐด้วย

สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์เห็นว่า  กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเสมือนเครื่องมือที่รัฐใช้เพื่อปกปิดความจริง และปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง      รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกลั่นแกล้งประชาชน   ผู้เห็นต่างทางการเมืองมาโดยตลอด     อันเป็นกฎหมายที่ละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างกว้างขวาง

และบทบัญญัติของพระราชกำหนดการบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘   ในหลายมาตรา ยังเปิดเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจเกินกว่าความจำเป็น  เป็นผลให้เกิดการละเมิดสิทธิของประชาชน    รวมทั้งริดรอนเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย เช่น การให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ปิดสื่อ สั่งห้ามการชุมนุมอันเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จับกุมคุมขังตามอำเภอใจ จำกัดสิทธิในการกระบวนการยุติธรรมของประชาชน และอื่นๆอีกหลายประการ

รัฐบาลจึงควรใช้โอกาสนี้ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายดังกล่าว     เพื่อให้สังคมและ ประชาชนมีเสรีภาพมากขึ้น    รวมทั้งกาวเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลใหม่จะนำข้อเสนอของประชาชน    ไปพิจารณาและดำเนินการตามควรแก่จังหวะเวลา    แต่ก็ไม่ควรช้าเกินไป จะเสียคะแนนจากประชาชน

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: