รักษ์สถาบัน-รักษ์เกียรติความเป็นคน


วันนี้( 7 มิถุนายน ) สำนักงานอัยการสูงสุด    ได้ประชุมคณะกรรมการอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 5 ชั่วโมง  

ต่อมา เวลา19.55 น.  นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แถลงข่าวว่าที่ประชุม  สรุปความเห็นไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามมาตรา 68 หลังจากคณะกรรมการอัยการสรุปข้อเท็จจริงและเสนอให้นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่ากรณีคำร้องของผู้ร้องทั้ง 6 ข้อเท็จจริงยังไม่พอฟังว่ามีพฤติกรรมหรือการกระทำอันเป็นเหตุให้อัยการสูง สุดต้องยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกกระทำตามความ รัฐธรรมนูญ มาตรา 68

อัยการมีความเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ   เป็นการกระทำถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ   ไม่เป็นการล้มล้างการปกครอง   สภาใช้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในขอบเขตกฎหมายรัฐธรรมนูญ

คณะกรรมการ ฯ เห็นว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้อัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงและ ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว รวมทั้งให้อำนาจอัยการสูงสุดในการที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยถึงการ กระทำดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ด้วย เพื่อมิให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลหรือพรรคการ เมืองที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครอง

นายวินัย กล่าวอีกว่า ขณะที่เมื่อพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภา แล้วเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยอาศัยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในหมวด 15 เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  และบทเฉพาะกาล ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย จึงไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามมาตรา 68 และจากการตรวจสอบเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่….) พุทธศักราช…. ทั้งสามฉบับ ปรากฏว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291/11 ทั้งสามฉบับ มีข้อความเหมือนกัน โดยวรรคห้าบัญญัติว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูป ของรัฐจะกระทำมิได้  จึงเห็นได้ว่าการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของผู้ถูกร้อง ไม่ได้มีเจตนาหรือต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอัน มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากนี้ ร่างรัฐธรรมนูญทั้งสามฉบับไม่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก มาตรา 291

“การที่คณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองหลายพรรค  เสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ตามมาตรา 291 จึงไม่มีเนื้อหาเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตาม วิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ กรณีตามคำร้องของผู้ร้องทั้งหก ข้อเท็จจริงยังไม่พอฟังว่ามีพฤติการณ์หรือการกระทำอันเป็นเหตุให้อัยการสูง สุดต้องยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกกระทำการตามความใน มาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550”

อัยการได้ช่วยกู้หน้าให้แก่นักกฎหมายไทยทั้งประเทศ    ที่แปลความกฎหมายตามหลักกฎหมายสากล และหลักกฎหมายที่สั่งสอนกันมาในมหาวิทยาลัยไทย   ช่วยรักษาสถาบันกฎหมาย และรักษาเกียรติของอัยการด้วยกันเอง   ในฐานะประชาชนคนหนึ่งขอปรบมือให้อัยการด้วยใจจริง

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: