รูปภาพ

หุ้นไทยในช่วงสามสี่วันนี้ลงมากอย่างติดต่อกัน    ทำให้ผู้ที่สนใจเกิดความฉงนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น    จึงได้รวบรวมความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงของประเทศ    มารวมไว้ที่เดียวกันเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจดังต่อไปนี้

รูปภาพวันนี้ ( 23 มี.ค.) ที่ประเทศนิวซีแลนด์  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์หุ้นในตลอดหลักทรัพย์ที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง โดยยอมรับว่ามีความเป็นห่วงสถานการณ์ที่หุ้นตกลงอย่างหนัก 2 วันติดต่อกัน ทั้งนี้การที่ตลาดหุ้นไทยเกิดความผันผวนเป็นผลมาจากเงินทุนจากต่างประเทศที่ ไหลเข้าในช่วงที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่นักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการลงทุนมาในตลาดทุน ไทย ดังนั้นเมื่อตลาดเงินทุนและเศรษฐกิจในต่างประเทศผันผวนจึงส่งผลกระทบต่อตลาด หุ้นไทยด้วย

อย่างไรก็ตามอยากฝากให้นักลงทุน ควรลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีและมีความมั่นคงมากกว่าการลงทุนเก็งกำไร ซื้อขายในระยะสั้น ส่วนกระแสข่าวมีการทุบหุ้นเพื่อเขย่ารัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปฎิเสธแสดงความเห็น โดยขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดหลักทรัพย์ชี้แจงจะเหมาะสมกว่า

รูปภาพนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงว่า ถือเป็นการปรับฐานเพื่อทำกำไรในระยะสั้นของนักลงทุน หลังจากที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ฉะนั้น จึงไม่ได้เป็นประเด็นที่ต้องกังวลมากนัก

“เมื่อใดก็ตามที่มีอะไรมาสะกิดใจ แม้ไม่ได้เป็นประเด็นหรือมีปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง การเทขายเพื่อทำกำไรจะเกิดขึ้นทันที หลังจากที่ราคาหุ้นได้ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง เมื่อถึงจุดหนึ่งของการวิเคราะห์ทางเทคนิค นักลงทุนก็พอใจที่จะเทขาย เพื่อทำกำไรระยะสั้น ฉะนั้น จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องตระหนก”

รูปภาพนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึง ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงรุนแรงในวันนี้ ที่ลดลงถึง 60.48 จุด มาอยู่ที่ 1,468.94 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 52,874.79 ล้านบาทว่า เนื่องจากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นไปสูงมากแล้ว ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่มีแรงเทขายออกมาจากนักลงทุนในประเทศ เพราะเท่าที่ทราบเบื้องต้นพบว่านักลงทุนต่างชาติยังทำการซื้อสุทธิ และส่วนหนึ่งยังเป็นการปรับลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเดียวกัน

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างประเทศที่เข้ามาลง ทุนในไทย เพราะส่วนใหญ่ต่างชาติจะเข้าไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้เป็นหลัก หรืออาจพูดได้ว่า 2 เดือนที่ผ่านมาต่างชาติแทบไม่ได้เข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเลย แต่เป็นเพราะตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นไปเร็วและแรงช่วงก่อนหน้านี้ และยืนยันไม่เกี่ยวกับกรณีที่นักลงทุนกังวลว่า ธปท.จะออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทหรือไม่ตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต”

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่มีข่าวว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้หารือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถึงการวางหลักประกันบัญชีเงินสดในการซื้อขายหุ้นเพิ่มจาก 15% เป็น 20% นั้น ก็ไม่น่าจะมีนัยสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับลดลง

รูปภาพนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง เพราะยังไม่ลดความร้อนแรงลง แม้ดัชนีหุ้นไทยจะปรับลดลงแรงติดต่อกันช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมาก็ตาม เนื่องจากมีการเข้าเก็งกำไรกันสูง เห็นได้จากปริมาณการซื้อขายหมุนเวียน (เทิร์นโอเวอร์) เกิดขึ้นหลายรอบในแต่ละวัน ตามดัชนีที่แกว่งตัวผันผวนทำให้เป็นการลงทุนระยะสั้นมากเกินไป โดยเฉพาะการลงทุนของนักลงทุนรายย่อยที่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/55 ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับสาเหตุที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลงมากในช่วงนี้ มาจากปัจจัยในประเทศเป็นหลัก และยืนยันว่าการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับตลาดหุ้น และไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า เห็นได้จากแม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้น แต่ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับลดลง อีกทั้งเมื่อดูจากตัวเลขนักลงทุนต่างชาติที่เข้าลงทุนตั้งแต่ต้นปีถึง ปัจจุบัน พบว่า มียอดซื้อสุทธิ 1 เดือน และขายสุทธิ 1 เดือน ทำให้มียอดการลงทุนที่เสมอตัว อย่างไรก็ตาม ไม่เชื่อว่าทางการจะมีมาตรการอะไรออกมาเพิ่มเติมเพื่อดูแลค่าเงินบาทที่ อัตราแลกเปลี่ยนในระดับนี้

“เป็นห่วงนักลงทุนรายย่อย เพราะขณะนี้เกิดภาวะเก็งกำไรในตลาดหุ้นสูงมาก โดยนักลงทุนต้องทำความเข้าใจว่าปี 55 ตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นตลอด หรือเพิ่มขึ้น 40% ทำให้นักลงทุนได้รับกำไร แต่ขณะนี้ดัชนีลดลงมากแค่ 5% ถือเป็นเองธรรมดา และอย่าลืมว่าการลงทุนในตลาดหุ้นคงไม่ได้รับกำไรตลอด เพราะดัชนีมีขึ้นลงเหมือนเหรียญที่มี 2 ด้าน ดังนั้นนักลงทุนต้องเข้าใจความเสี่ยงที่เกิดขึ้น พิจารณาว่ารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน ศึกษาปัจจัยพื้นฐนของหุ้น และตั้งสติก่อนลงทุน รวมถึงหากลงทุนหุ้นที่มีการขึ้นเครื่องหมายเตือนจากตลท.เช่น วางเงินสดเต็มจำนวนก่อนซื้อ (แคช บาลานซ์) ควรใช้เงินสดในการซื้อ โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยหน้าใหม่ที่เข้ามาเก็งกำไรมากขึ้น ส่งผลให้ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีนักลงทุนหน้าใหม่เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแล้ว 40,000 บัญชี จากเป้าหมายที่ตลท.วางไว้ทั้งปี 100,000 บัญชี”

สรุปที่เห็นตรงกันคือ เกิดจากการเก็งกำไร โดยทำ Short sale ขายทำกำไรออกมา    นักลงทุนรายย่อยที่เพิ่งเข้าตลาดต้องระวัง   ถ้าออกตัวไม่ทันมีหวังเจ็บตัวแน่   แต่ถ้าลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีและมั่นคงอย่างที่นายกแนะนำ ก็จะเจ็บน้อย   และมีโอกาศที่หุ้นนั้นจะดีดกลับขึ้นมาได้ครับ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: